บทความ เรื่อง "ทีมชาติสยาม กับ WORLD CUP"

 

เมื่อ สมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FEDERATION  INTERNAIONAL OF FOOTBALL ASSOCIATION) หรือเรียกย่อว่า FIFA ก่อกำเนิดเกิดขึ้น โดยการประชุมร่วมกันของ 7 ชาติแรก อันได้แก่ ฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, เดนมาร์ก, ฮอลแลนด์, สเปน, สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์ ใน ค.ศ. 1904 (พ.ศ. 2447) เพื่อต้องการให้เป็นองค์กรควบคุมการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติทั่วโลก

 

อีก 21 ปี ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชานุญาตโปรดเกล้าฯ ให้คณะฟุตบอลแห่งสยาม (สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ) ได้สมัครเป็นสมาชิกของ FIFA เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925) ในขณะนั้นมี มร.จูลล์ ริเมต์ (JULES RIMET) ชาวฝรั่งเศสเป็นประธานฟีฟ่า ถือเป็นสมาชิกชาติแรกของทวีปเอเชีย (ลำดับที่ 37 ของโลก) นอกจากสมาคมกีฬาแห่งแรกของสยามที่เป็นภาคีองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ 

 

อนึ่ง ภายหลังคณะฟุตบอลแห่งสยามฯ เป็นสมาชิก FIFA แล้ว ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2468 นั้น รัชกาลที่ 6 ได้ทรงเตรียมจัดงาน “สยามรัฐพิพิธภัณฑ์” ณ สวนลุมพินี เพื่อการแสดงสินค้าของสยามสู่อารยะประเทศ พร้อมทั้งจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติ กล่าวกันว่า มีการเรียกนักฟุตบอลเข้าร่วมคัดเลือกและฝึกซ้อมเป็นผู้เล่นทีมชาติสยาม กันอย่างพร้อมเพรียง แต่ปรากฏว่า “องค์พระบิดาแห่งฟุตบอลเมืองสยาม” ทรงเสด็จสวรรคตก่อน จึงทำให้กิจกรรมดังกล่าวทั้งหมดต้องงดจัดไป 

 

หลังจากนั้น 5 ปี FIFA จึงได้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ “WORLD CUP”  ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1930 ณ ประเทศอุรุกวัย เนื่องจากทีมชาติอุรุกวัยชนะเลิศครองเหรียญทองลูกหนังกีฬาโอลิมปิค ถึง 2 สมัยซ้อน (ค.ศ. 1924, 1928) โดยนักเตะเจ้าถิ่นก็ไม่ทำให้เหล่ากองเชียร์ต้องผิดหวัง เมื่อคว้าถ้วย “จูลล์ ริเมต์”  ได้สำเร็จเป็นทีมแรกของโลก 

 

แต่สำหรับ “ทีมชาติสยาม” มีจดหมายเหตุบันทึกว่า ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 1 เพียง 3 เดือน นั้น คณะฟุตบอลแห่งสยามได้ส่งทีมชาติสยามไปแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติ ณ เมืองไซ่ง่อน ตามคำเชิญของผู้สำเร็จราชการอินโดจีนฝรั่งเศส โดยลงสนาม รวม 4 แมตช์ แต่นัดสำคัญ คือการแข่งขันหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16  เมษายน 2473 ทีมผสมญวน-ฝรั่งเศส แพ้ ทีมชาติสยาม 0 - 4 

 

กล่าวกันว่า ถ้าหากขณะนั้นสยามประเทศไม่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ จนถึงขั้นต้องดุลข้าราชการออกส่วนหนึ่ง อีกทั้งการเดินทางด้วยเรือเดินทะเลเป็นเวลาแรมเดือน เพื่อไปยังทวีปอเมริกาใต้แล้ว ทีมชาติสยามอาจเป็นหนึ่งในชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน WORLD CUP ค.ศ. 1930 แล้วก็เป็นได้ หากแต่ทีมชาติอินโดนีเซียได้ไปแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก ในขณะนั้นยังเมืองขึ้นของเนเธอร์แลนด์

 

จนมาถึงฟุตบอลโลก ครั้งที่ 2 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477) เนื่องจากมีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ทำให้ FIFA ต้องจัดแข่งขันรอบแรก เรียกว่าปรี -เวิลด์คัพ ในหนังสือ “L” HISTOIRE MERBEILLEUSE DE LA COUPE DU MONDE” (หน้า 77) ได้ลงชื่อทีมของแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะโซน Asie นั้น ปรากฏว่ามีชื่อ  "Siam" ร่วมกับ Indes Neerlandaises, Japon และPhilippines ในหนังสือดังกล่าวอีกด้วย จึงเป็นหลักฐานยืนยันว่า ฟุตบอลทีมชาติสยามได้สมัครลงเล่นรอบคัดเลือกเป็นครั้งแรก เมื่อ ค.ศ. 1934 

 

สมัยนั้นมี พระยาวิเศษศุภวัตร์ เป็นสภานายก (พ.ศ. 2475 – 2478) แต่ภายหลังปรากฏว่าในโซนเอเชียนั้น ไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น สาเหตุเพราะทั้ง 4 ชาติ ขอถอนทีมเนื่องจากต่างประสบปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย คณะราษฎร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (24 มิถุนายน 2475) จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย มีผลทำให้คณะฟุตบอลแห่งสยามที่อยู่ในพระบรมราชูปภัมภ์ ต้องหยุดกิจกรรมต่าง ๆ ลงชั่วคราว ทีมชาติสยามจึงพลาดโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก อีกครั้งหนึ่งไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง 

 

กาลเวลาล่วงเลยถึง 44 ปี ในเดือนพฤษภาคม 2516 ทีมชาติไทยจึงได้ลงสนามปรี-เวิล์ดคัพ เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อคัดเลือกทีมตัวแทนของทวีปเอเชียเข้าแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 10 ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ค.ศ. 1974 (พ.ศ. 2517) 

 

ตลอดระยะเวลากว่า 8 ทศวรรษของการแข่งขันฟุตบอลโลก ทีมชาติไทยยังไม่เคยประสบความสำเร็จผ่านเข้าไปสู่รอบสุดท้าย และคงจะต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ต่อการพัฒนาทั้งระบบเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังเมืองไทย ก่อนที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะมีอายุครบรอบ 100 ปี  ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้…แล้ว.

 

จิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้เขียน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ