บทความ เรื่อง "ทีมชาติสยามมีชัยเหนืออินโดจีนฝรั่งเศส” 

 

ในวันนี้ (16 เม.ย. 2554) เมื่อ 81 ปีที่ผ่านมา นักเลงฟุตบอลทีมชาติสยามได้ประกาศชัยชนะนัดสำคัญเหนือทีมอินโดจีนฝรั่งเศส คือการตอกย้ำตำนานสงครามแข้งให้ประจักษ์แก่นักล่าอาณานิคมจักรวรรดินิยมตะวันตก ก่อนนำชื่อเสียงกลับมาสู่มาตุภูมิเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

 

ช่วงระหว่าง ค.ศ.1887-1949 (พ.ศ.2430-2492)  เวียดนาม เขมร และลาว ตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศฝรั่งเศส โดยรวมเรียกว่า “อินโดจีนของฝรั่งเศส” (Union Indochinoise) จนในเดือนมีนาคม 2473 (ค.ศ.1930) มองสิเออร์ ปากีส แยร์ ผู้สำเร็จราชการแคว้นอินโดจีน ได้มีหนังสือกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระบรมราชินี เสด็จประพาสอินโดจีนของฝรั่งเศส พร้อมทั้งจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติชิงถ้วยหน้าพระที่นั่ง ระหว่าง ทีมผสมญวน-ฝรั่งเศส กับ ทีมชาติสยาม ณ เมืองไซ่ง่อน 

 

ทีมชาติสยามมีกำหนดการลงสนาม รวม 4 นัด สำหรับแมตช์แรก วันที่ 14 เมษายน ทีมชาติสยาม ชนะ C.I.A. SELECTED ANNAMITE 3 - 2 และอีก 2 วันต่อมา การแข่งขันนัดสำคัญของ “ทีมตราพระมหามงกุฎ” โดยขุนประสิทธิ์วิทยกร (ศักดิ์ คุปตะวาณิช) หรือ “อ้ายฮก” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าว ความว่า 

 

“...16 เมษายน วันนี้เป็นวันแข่งขันชิงถ้วยหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี และมีท่านมองสิเออร์ ปากีส แยร์ ผู้สำเร็จราชการแคว้นอินโดจีนร่วมเฝ้าทูลละอองธุลี พระบาทอยู่ด้วย ข้าพเจ้าเล่นเป็น FULL BACK คู่กับ เฮงหย่วน แข่งขันกับ SELECTED FRANCO-ANNAMITE กัปตันของเขาเป็นชาวฝรั่งเศส ชื่อ “ซิกาเลน” เราชนะ 4 - 0 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวโรกาส ให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นหัวหน้าสำรับสัมผัสพระราชหัตถ์เป็นเกียรติยศแก่นักฟุตบอลไทย พร้อมทั้งมีพระราชดำรัสว่า “ขอแสดงความยินดีด้วย พวกเราเล่นได้ดีมาก” ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ฯ และท่านมองสิเออร์ ปากีส แยร์ ได้รับเกียรติยศเป็นผู้แทนยื่นถ้วยรางวัลให้แก่ข้าพเจ้าในพระบรมนามาภิไธยแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรุงสยาม ท่านมองสิเออร์ ปากีส แยร์ ได้กล่าวเป็นภาษาอังกฤษก่อนที่จะยื่นถ้วยนั้นให้ ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ถ้วยรางวัลนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศสยาม ได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานเกียรติยศแก่ข้าพเจ้าเป็นผู้มอบถ้วยนี้ให้แก่ท่าน” แล้วจับมือเขย่า…” 

 

นักฟุตบอลทีมชาติสยาม เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2473 คือ หมายเลข 1 (ปีกซ้าย) สวาท วราลักษณ์ หมายเลข 2 (ในซ้าย) ชาย บุนนาค หมายเลข 3 (หน้ากลาง) ต่วน หาญวงศ์ หมายเลข 4 (ในขวา) สาย กำไลนาค หมายเลข 5 (ปีกขวา) นุ จุฑานนท์ หมายเลข 6 (ฮาล์ฟซ้าย) ฉัตร สุนทรายน หมายเลข 7 (เซนเตอร์ฮาล์ฟ) ไชย เตชะเสน หมายเลข 8 (ฮาล์ฟขวา) วิเชียร คริสเตียน หมายเลข 9 (แบ็คหน้า) พิเศษ เสาวนะ หมายเลข 10 (แบ็คหลัง) ขุนประสิทธิ์วิทยกร (ฮก คุปตะวานิช) และหมายเลข 11 (ผู้รักษาประตู) สกล สาตราภัย 

 

การแข่งขันนัดที่ 3 วันที่ 18 เมษายน ทีมชาติสยาม แพ้ CHAMPION ANNAMITE 2 - 5 ในบันทึกกล่าวว่า 

 

“...ก่อนที่เราจะแพ้เป็นเพราะผู้ตัดสิน ตัดสินผิดปรกติ และเราเหลือคนเล่นเพียง 10 คนเท่านั้น เพราะ LOUIS HOCH ข้อเท้าเคลื่อนต้องออกนอกสนาม...” 

 

ในนัดสุดท้าย วันที่ 20 เมษายน ทีมชาติสยาม แพ้ SELECTED ANNAMITE 1 - 2 แม้ว่า 5 นาทีแรก นักเตะไทยจะได้ประตูก่อน แต่เมื่อ ฉัตร สุนทรายน ต้องบาดเจ็บเพราะแข้งเดาะ ทำให้เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนอีกเกมหนึ่ง ทำให้ต้องแพ้ไปดังกล่าว ทีมชาติสยามมีสถิติการแข่งขัน 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 ได้ 10 ประตู และเสีย 9 ประตู 

 

บันทึกอีกหน้าหนึ่งของวงการลูกหนังเมืองไทย เมื่อนักเลงฟุตบอลสวมเสื้อทีมชาติที่มี “ตราพระมหามงกุฎ” เพื่อลงสนามรักษาศักดิ์ศรีของมาตุภูมิ โดยเฉพาะการแข่งขันหน้าพระที่นั่งพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยาม ตำนานที่ไม่เคยปราชัยต่อคนอังกฤษและชาวฝรั่งเศส อันคงเป็นเกียรติภูมิเล่าขาน…ตราบกาลนาน.

 

จิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้เขียน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ