บทความ เรื่อง “เปเล่ ซัลโวประตูที่สนามศุภฯ”

 

ในวงการฟุตบอลโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คงไม่มีคอลูกหนังคนใดไม่รู้จักชื่อเสียงของ "เปเล่" (Pele) หรือชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า "เอ็ดสัน อารันเตสโต นาสซิเมนโต" (Edison Arantes do Nascimento) เจ้าของฉายา "ไข่มุกดำ" นักเตะผู้มีลีลาการเล่นตื่นตาตื่นใจดังกับท่าเต้นแซมบ้า อีกทั้งการยิงประตูที่สวยสดงดงามบนพื้นหญ้าเขียวขจี ก่อนประสบความสำเร็จสูงสุดอันเป็นตำนานที่ยากแก่การถูกทำลาย ด้วยการนำทีมชาติบราซิลชนะเลิศ World Cup ถึง 3 สมัย (ค.ศ. 1958, 1962, 1970) พร้อมครองถ้วย “จูลท์ ริเม่ล์” เป็นกรรมสิทธิ์ตลอดกาล

 

“เปเล่” เกิดวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ณ เมือง Tres Coracoes ในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศบราซิล แต่ด้วยมีพรสวรรค์และทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอล เมื่อมีอายุเพียง 16 ปี เขาก็ตกลงเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพสังกัดสโมสรซานโต๊ส (Santos Futebol Clube) ใน ค.ศ. 1956 ปีถัดมา จึงก้าวขึ้นติดทีมชาติเมืองกาแฟชุดชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยแรก (ค.ศ. 1958) ณ ประเทศสวีเดน พร้อมทั้งกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดแค่ 17 ปี ที่ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นชูถ้วย Wordl Cup เป็นคนแรกของฟีฟ่า

 

หลังจากนั้นอีก 21 ปี “เปเล่” จึงประกาศแขวนสตั๊คและปิดตำนานเสื้อหมายเลข 10 อันสะท้านโลก เมื่อวันที่ 1ตุลาคม ค.ศ. 1977 โดยมีสถิตการลงสนามทั้งหมดทั้งสิ้น รวม 1,363 แมตช์ (ระดับชาติ 110 นัด) และสามารถยิงประตูได้รวมทั้งหมด 1,283 ประตู (ระดับชาติ 96 ประตู)

 

โดยเมื่อ 39 ปีที่ผ่านมานั้น สโมสรซานโต๊สได้เคยตระเวณมาเตะอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล ณ ทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ในขณะนั้น “เปเล่” มีอายุ 32 ปี ทำประตูได้รวมม 1,235 ประตู ก่อนจะลงแข่งขันในประเทศไทย รวม 2 นัด พร้อมทั้งซัลโวสกอร์เพิ่มให้กับตนเอง ถึง 3 ประตู (ประตูที่ 1,236, 1,237, 1,238 ตามลำดับ) 

 

นัดแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ ท่ามกลางผู้ชมชาวไทยกว่าหมื่นคน ทีมกรุงเทพผสม แพ้ สโมสรซาสโต๊ส 1 - 6 (0 - 4) “เปเล่”ยิงได้ 2 ประตู (น. 14, น. 35) สำหรับนักเตะเจ้าถิ่นผู้ยิงประตู “ตีไข่แตก” คือ “ยอร์จ เบสต์ เมืองไทย” ประพนธ์ ตันตริยานนท์ ที่ทำให้ผู้จัดการทีมเยือนถึงกับออกปากว่า “เป็นผู้เล่นที่เด่นที่สุดของทีมไทย”

 

นัดที่สอง วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ สโมสซาสโต๊ส เสมอ สโมสรโคเวนตรี้ (Coventy City) 2 - 2 (1 - 0) ในเกมที่ดุเดือดเลือดพล่าน “เปเล่” ยิงได้อีก 1 ประตู จากลูกจุดโทษ น. 26

 

จึงถือเป็นเรื่องควรน่าภาคภูมิใจ สำหรับหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังเมืองไทย เมื่อสุดยอดนักกีฬาเอกของโลก และนักฟุตบอลยอดเยี่ยมในรอบศตวรรษของ FIFA “เปเล่” ราชาฟุตบอลโลก (The King of Football) ได้เคยเดินทางมาฟาดแข้งพร้อมสร้างสถิติของตนเอง บนพื้นหญ้าสนามศุภฯ หากแต่ปัจจุบันเสื้อสีขาวของสโมสรซานโต๊สและลูกฟุตบอลที่ใช้แข่งขันเมื่อวันวาน พร้อมลายเซ้นต์ชื่อเต็มของเขา ยังคงตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม (พระตำหนักทับแก้ว) เพื่อบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่แห่งตำนานหมายเลข 10 สะท้านโลก…ตลอดกาล.

 

จิรัฎฐ์  จันทะเสน ผู้เขียน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ